น้ำใส..ใส..ที่“เกาะล้าน” : ไทยโพสต์

หากจะหาที่เที่ยวในวันหยุด ชนิดนอนอาบแดดบนเตียงผ้าใบรับลมทะเล สถานที่แรกที่มักผุดขึ้นมาในหัวก็คือพัทยา แต่เมื่อพูดถึงทะเลพัทยาหลายคนก็มักจะส่ายหัว จากการติดภาพของพัทยาที่ไม่สะอาดมากนัก รวมทั้งบางครั้งก็อาจมองว่าพัทยาเป็นเมืองแห่งการออกย่ำแสง สี ตระเวนราตรีซะมากกว่าการจะมาดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติ หรือชวนให้นั่งๆ นอนๆ อยู่ริมทะเลที่มีน้ำใสๆ

แต่เมื่อไม่นานมานี้ ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 54 ให้เห็นชอบหลักการ การดำเนินการแผนแม่บทการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง เพื่อแปลงโฉมพัทยาสู่การเป็นเมืองน่าอยู่น่าท่องเที่ยวระดับโลก ตลอดจนเปิดเส้นทาง และปรับปรุงหรือเพิ่มเติมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของเมืองพัทยา ภายใต้นิยามเมืองท่องเที่ยวแห่งนวัตกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงการนี้จะเป็นการดึงการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนในพื้นที่ ในการกำหนดแผนแม่บทครั้งนี้ โดยงบประมาณที่ได้จะนำเสนอพิจารณาความเห็นชอบโดยตรงจากคณะรัฐมนตรี
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ที่เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการดังกล่าว จึงได้เชิญพวกเราหมู่ชาวคณะสื่อมวลชนกว่า 30 ชีวิต ตรงดิ่งไปท่องเที่ยวยังเมืองพัทยา โดยมีจุดหมายสำคัญของการเดินทางครั้งนี้คือ “เกาะล้าน” อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อของเมืองนี้

การเดินทางของพวกเรา เริ่มต้นจากขึ้นรถบัสคันใหญ่ตรงดิ่งไปเมืองพัทยา ทานข้าวจนอิ่มหนำแล้วจึงไปยังท่าเทียบเรือ โอเชี่ยนมารีน่า พัทยา เพื่อเปลี่ยนไปขึ้นเรือยอช์ตหรู ที่จะใช้เป็นพาหนะนำเราไปสู่เกาะล้านสมดังใจหวัง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่บนเรือ เชื่อได้เลยว่าหลายคนคงอยากนำมื้อกลางวันที่พึ่งทานกัน มอบกลับไปให้เป็นอาหารปลา เพราะเรือคันเก่งของเรานั้นแล่นผ่านตัดเกลียวคลื่นได้อย่างรวดเร็วซะเหลือเกิน จนการเดินเหินบนเรือนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะยากลำบากมากมาย ประกอบกับแดดที่ร้อนเปรี้ยง แต่หลายๆ คนก็ไม่วายที่จะเดินออกไปรับลมชมวิวกันจากบริเวณลำเรือ โดยเรือได้แล่นไปแบบเกือบจะเป็นการวนรอบเกาะล้านให้ได้เห็นวิวชายหาดของเกาะ ไล่ตั้งแต่หาดนวล หาดแสม หาดเทียน หาดสังวาลย์ จนไปขึ้นเรือที่หาดตาแหวน

ทันทีที่ขึ้นฝั่งที่ท่าเทียบเรือหาดตาแหวน ก็เห็นได้ชัดเลยว่า ชายหาดแห่งนี้นั้นแทบไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากชายหาดอื่นในเมืองพัทยาเลย ยังคงเต็มไปด้วยร้านอาหารริมทะเล หาบเร่ส้มตำ เตียงผ้าใบ ร่มกันแดด สกู๊ตเตอร์ บานานาโบ๊ต บริการรับถักผมเปีย บิกินีหลากสี และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศที่เนืองแน่นเต็มหาด แต่ที่ดูจะสร้างความแตกต่างและความน่าสนใจ ให้กับแหล่งท่องเที่ยวชายหาดของเกาะล้านแห่งนี้คือ สีของน้ำทะเลที่เขียวใสมรกต จนแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าจะหาทะเลที่ใสเช่นนี้จากพัทยานี่เอง ชนิดที่ไม่ต้องไปเสาะหาให้ไกลเลย
ชั่วครู่เดียวหลังจากที่ได้เก็บภาพทะเลสวยๆ บนเกาะตาแหวน พวกเราก็ได้แวะพักเก็บสัมภาระยังที่พักก่อนจะก้าวไปขึ้นรถสองแถวคันแดง อีกหนึ่งพาหนะหลักนอกเหนือจากรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายบนเกาะนี้ ส่วนเส้นทางบนเกาะนั้น กว่าครึ่งจะเป็นเส้นทางที่ต้องขึ้นและลงเนินสูงสลับกับโค้งไป-มา บ้างก็เป็นโค้งหักศอก ระหว่างโดยสารแทบทุกคนจึงต้องเกาะจับราว หรืออะไรก็ตามที่เกาะเกี่ยวไว้ได้ เพื่อไม่ให้กระเด็นตกรถสองแถวสุดซิ่งคันนี้ไป

ช่วงบ่ายแก่ๆ ของวัน พวกเราก็ได้เปลี่ยนไปพักผ่อนเก็บภาพกันต่อที่หาดแสมกันบ้าง ซึ่งหาดแสมนั้นความงามและน้ำที่ใสของทะเล แทบไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากหาดตาแหวนเลย แต่ที่ผิดกันคือหาดแห่งนี้ไม่มีร้านอาหารที่เนืองแน่น เตียงผ้าใบ ร่มกันแดด และจำนวนนักท่องเที่ยวก็น้อยกว่าที่หาดตาแหวน

หลังจากนั้นในช่วงเย็น พวกเราก็ได้ยกโขยงกันขึ้นรถสองแถวคันเก่งเช่นเดิม เพื่อไปยังจุดชมวิวที่ชื่อจุดชมวิวเกาะล้าน ลานสกายวอล์กที่ตั้งอยู่บนยอดเนินเขาที่สูงที่สุดของเกาะล้าน ณ จุดนี้เองพวกเราสามารถเห็นทัศนียภาพของเกาะล้านได้อย่างชัดเจน ชนิดที่เรียกได้ว่า 360 องศาไกลสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว ตั้งแต่ภูเขา ถนน ป่า ต้นไม้ ชายหาด กลุ่มควันที่เกิดจากการเผาขยะบนเกาะ ไปจนถึงอีกฟากที่เป็นแผ่นดินใหญ่ของตัวเมืองพัทยา พวกเราจึงใช้เวลาเก็บภาพบนจุดชมวิวนี้อยู่นาน จนถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย คือ พระอาทิตย์ตกดิน แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่ช่วงเวลาที่เราจะถ่ายพระอาทิตย์ มีเมฆหนาจนไม่สามารถเก็บภาพแสงสุดท้ายของวันได้ พวกเราจึงเก็บได้แต่ภาพวิวทิวทัศน์ และแสงสีทองที่ลอดผ่านก้อนเมฆออกมาเท่านั้น ก่อนที่ท้องฟ้าจะมืดลงและเกิดเป็นแสงระยิบระยับจำนวนมากของแสงไฟจากเกาะล้าน และฝั่งตัวเมืองพัทยาแทน เป็นอันสิ้นสุดภารกิจสุดท้ายของวัน

ในเช้าวันต่อมา เมื่อออกจากที่พักแล้วพวกเราก็ไปเอาฤกษ์เอาชัยของวัน ด้วยการไปกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเกาะกันที่ วัดใหม่สำราญ แล้วจึงแยกย้ายกันไปเดินเลือกซื้อหาของที่ระลึกกันที่บริเวณชุมชนท่าหน้าบ้าน ชุมชนเล็กที่อยู่บริเวณท่าเรือหลักที่ใช้สัญจรไป-มาระหว่างเกาะล้านกับพัทยา เราจึงจะเห็นร้านขายของฝากไปจนถึงร้านขายอาหารมากมาย

ต่อมาเราก็ได้ไปชมอาคารอนุรักษ์พลังงานปลากระเบน ที่กำลังอยู่ในช่วงระหว่างการก่อสร้าง โดยในอนาคตอาคารหลังนี้ จะถูกตั้งให้เป็นศูนย์การเรียนรู้พลังงานทางธรรมชาติบนเกาะล้าน ทั้งพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และสัตว์ใต้ทะเล ระบบนิเวศของเกาะล้าน แม้จะยังไม่เสร็จดีแต่จากการฟังเจ้าหน้าที่บรรยายให้ฟัง จึงอดไม่ได้ที่จะกลับมาเยี่ยมเยียนสถานที่แห่งนี้อีกครั้งหลังจากสร้างเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาคารอนุรักษ์พลังงานแห่งนี้นั้น ก็ได้เป็นจุดหมายสุดท้ายของเราบนเกาะล้านแห่งนี้ ก่อนที่พวกเราจะกลับไปขึ้นเรือหรูลำเดิม

เมื่อมาถึงตัวเมืองพัทยา ก็ประจวบเหมาะกับประเพณีวิ่งควาย อีกหนึ่งเทศกาลประจำปีอันเลื่องชื่อของพัทยาที่มีมามากกว่า 100 ปี ที่อำเภอบ้านบึง แต่ด้วยระยะเวลาที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้พวกเรามาก่อนกำหนดการที่จะนำควายออกมาวิ่งกัน ได้แต่ไปถ่ายรูปกับเหล่าควายนักแข่งเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรเราก็ได้เห็นการแข่งขันในรายการของม้าให้ได้ลุ้นแทน ซึ่งความสนุกตื่นเต้นเร้าใจก็ไม่ได้แตกต่างจากการวิ่งของควายมากนัก

ไม่นานนักหลังจากที่ได้ดูการแข่งม้าในประเพณีวิ่งควาย เราก็จำต้องเดินทางกันต่อไปยังจุดหมายสุดท้ายของเรา ที่ ตลาดน้ำสี่ภาค ซึ่งเป็นตลาดน้ำที่จำลองการนำเอาของดีภูมิปัญญาพื้นบ้าน ที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคต่างๆ มารวมเอาไว้ในสถานที่แห่งเดียว เรียกได้ว่าบรรยากาศในที่แห่งนี้นั้นมาทีเดียวเหมือนได้ไปเที่ยวทุกภาคเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ที่ตลาดน้ำแห่งนี้ก็ยังมีกิจกรรมสันทนาการมากมายซึ่งจะสร้างความสุขสนุกให้กับผู้ที่มา อย่างการล่องเรือชมบรรยากาศตลาดน้ำ การชมภาพยนตร์จากโรงหนัง 4D วิกพัทยา บ้านผีสิง หรือโชว์การละเล่นมวยทะเล เป็นต้น อีกทั้งตลาดน้ำสี่ ภาคนี้ ยังนับเป็นแห่งสุดท้ายของพวกเราในการซื้อหาของฝากกลับไปยังเมืองกรุงกันด้วย

การได้มาเที่ยวยังเกาะล้านและรวมถึงตลาดน้ำสี่ภาคในครั้งนี้ ก็ทำให้เราได้เห็นแนวโน้มที่ดีของเมืองพัทยา ซึ่งกำลังก้าวไปอีกขั้นในด้านของเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกาะล้านเองใครจะเชื่อว่าจะหาทะเลสวยใกล้ๆ กรุงเทพฯ ได้จากที่นี่ อีกทั้งการเดินทางมายังเกาะล้านก็ยังทำได้ง่ายดาย เพราะจะหาขึ้นรถตู้โดยสารได้มากมายตามอนุสาวรีย์ชัยฯ ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ค่ารถหรือค่าโดยสารเรือก็ราคาไม่แพง จะติดก็ตรงที่ในบางจุดบนชายหาดของเกาะ ยังคงเห็นภาพของขยะที่เหลือทิ้งไว้

แต่ก็เชื่อได้เลยว่า ถ้าเกาะแห่งนี้รวมไปจนถึงเมืองพัทยา มีการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว การจัดการสิ่งแวดล้อมดีกว่านี้อีกสักนิด เมืองพัทยาคงก้าวไปติดอันดับเมืองน่าอยู่น่าท่องเที่ยวได้อย่างแน่นอน.

ที่มา: ไทยโพสต์